อยู่ไฟหลังคลอดสมัยใหม่ ปี 2567

คุณแม่หลังคลอด อ่อนล้า อ่อนเพลีย มีน้ำคาวปลา ท้องผูก ผิวแตกลาย เพราะฉะนั้นการเลือกการที่จะอยู่ไฟ เพื่อแก้ปัญหาหลังคลอด ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และเพิ่มความงาม และสร้างความมั่นใจให้คุณแม่หลังคลอด จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

นอกจากจะช่วยเรื่องสุขภาพแล้ว การอยู่ไฟในปัจจุบัน ยังเพิ่มความงามหลังคลอด และ การอยู่ไฟช่วยให้หน้าท้องยุบกระชับหุ่นเฟิร์มหุ่นดี ยิ่งทำให้คุณแม่อยากใช้บริการอยู่ไฟอีกด้วย

แต่ในบทความนี้จะมาพูดถึงเรื่อง การอยู่ไฟหลังคลอดสมัยใหม่ปี2567 ของคุณแม่ เพื่อให้ความรู้และความสำคัญในการอยู่ไฟ

การอยู่ไฟหลังคลอดในปัจจุบัน

  1. อาการหลังคลอด
  2. การอยู่ไฟหลังคลอด
  3. อุปกรณ์การอยู่ไฟ
  4. ขั้นตอนการอยู่ไฟสำหรับอยู่ไฟกับแพทย์แผนไทย
  5. ประโยชน์การอยู่ไฟ

1.อาการหลังคลอด

  • ร่างกายอ่อนล้าอ่อนเพลีย เนื่องจากตอนคลอดสูญเสียเลือดในช่วงคลอดลูก
  • น้ำคาวปลาจะถูกขับออกมาจากมดลูก และมีน้ำคาวปลาไหลออกเรื่อยๆ
  • เต้านมคัดตึงบวม อาการนี้เป็นเรื่องปกติของภาวะหลังคลอด อาจทำให้คุณแม่มีอาการเจ็บเต้านม เต้านมแข็ง ตึง ปวด ลานนมตึงแข็ง และครั่นเนื้อ ครั่นตัว เหมือนไม่สบาย เนื่องจากเต้านมจุน้ำนมจนเต็มแล้วไม่ถูกระบายออก จนเกิดแรงดันสูงภายในเต้านมไปขัดขวางการไหลของน้ำนมนั่นเอง
  • ท้องอืด มีลมในท้อง เนื่องจากการคลอดบุตรร่างกายได้เสียสมดุล
  • ผิวแตกลาย คุณแม่หลังคลอดร้อยละ 90 จะมีผิวหน้าท้องแตกลายโดยจะมีลักษณะเป็นริ้วรอย
  • หน้าท้องเหี่ยวย่น พุงใหญ่ ไม่ยุบ หน้าท้องใหญ่

2.การอยู่ไฟหลังคลอด

คุณแม่หลังคลอด ร่างกายจะเสียสมดุลหลังคลอดบุตร ร่างกายมีความเปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย ดังนั้นการอยู่ไฟจึงเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาหลังคลอดได้

การอยู่ไฟช่วยร่างกายแข็งแรงและสุขภาพของคุณผู้หญิงได้ดี ช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ขับน้ำคาวปลา น้ำนมไหลสะดวก ไม่มีอาการหนาวสะท้าน

คุณแม่ควรอยู่ไฟได้เมื่อไหร่

  1. สำหรับคุณแม่คลอดธรรมชาติ หรือ คลอดเอง หลังคลอดผ่านไปแล้ว 7 วัน สามารถอยู่ไฟได้เลย
  2. เมื่อคุณแม่ผ่าคลอด หลังคลอดผ่านไปแล้ว 30 วันขึ้นไป สามารถใช้บริการอยู่ไฟได้
  3. กรณีคลอดคุณแม่ธรรมชาติ ทำหมันด้วยผ่าน 30 วันขึ้นไป สามารถใช้อยู่ไฟได้

การอยู่ไฟจะครบกำหนดวันเวลาแล้วถึงจะอยู่ไฟ เพื่อสุขภาพและความงามคุณแม่สามารถจองคิวอยู่ไฟมาได้เลยจ้า

3.อุปกรณ์การอยู่ไฟ

คุณแม่ต้องทำความเข้าใจว่า การอยู่ไฟมี2แบบ ดังนี้

  1. การอยู่ไฟด้วยตนเอง
  2. การใช้บริการกับแพทย์แผนไทย

1.การอยู่ไฟด้วยตนเอง คือ การซื้ออุปกรณ์มาทำเอง

เพราะปัจจุบันมีหลายที่หลายแห่ง จำหน่ายสมุนไพรและกระโจมเพื่ออยู่ไฟด้วยตนเอง มาดูกันว่าอยู่ไฟด้วยตนเองอุปกรณ์ที่ใช้มีอย่างไร

อุปกรณ์สำหรับอยู่ไฟเอง

  1. หม้อต้มสมุนไพร เช่น หม้อหุงข้าว หรือ กระทะเหล็ก
  2. กระโจมอบตัว
  3. สมุนไพรแห้ง หรือ สมุนไพรสด

ความแตกต่างระหว่างสมุนไพรสดกับสมุนไพรแห้ง คุณภาพสมุนไพรสดจะดีกว่าและได้ประโยชน์มากกว่า เพราะสมุนไพรแห้งนำไปตากแดดจนสารสมุนไพรระเหยออกไป

การเก็บรักษา

สมุนไพรแห้งอยู่ได้นานถึง 2 ปี

สมุนไพรสด เก็บได้ประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้น ต้องเก็บไว้ตู้เย็นแช่แข็งเท่านั้น

2. การใช้บริการกับแพทย์แผนไทย

การใช้บริการแพทย์แผนไทย จะอยู่ไฟครบชุด ตามตำหรับหลวง ได้ทุกขั้นตอน มาดูกันว่าอยู่ไฟกับแพทย์แผนไทย อุปกรณ์ที่ใช้ มีอะไรบ้าง

อยู่ไฟกับแพทย์แผนไทย อุปกรณ์ที่ใช้

  1. หม้อต้มสมุนไพร ใช้หม้อหุงข้าวต้มสมุนไพรอบตัว
  2. อิญมอญ สำหรับประคบอิฐ
  3. หม้อเกลือ สำหรับประคบหม้อเกลือ
  4. ลูกประคบสมุนไพร สำหรับประคบตัว
  5. เก้าอี้นั่งถ่าน สำหรับคุณแม่คลอดธรรมชาติ
  6. กระโจมสำหรับอบตัว
  7. สมุนไพรสด สำหรับต้มอบและอาบ
  8. ครีมขัดผิว สำหรับขัดหรือสปาผิว
  9. ครีมขัดหน้า สำหรับสปาหน้า
  10. น้ำมันงา สำหรับนวดผ่อนคลายบำรุงผิว
  11. ใบพลับพลึงสำหรับรองอิฐมอญและรองหม้อเกลือ
  12. ผ้าสำหรับนุ่งอบตัวและนอนประคบ

4.ขั้นตอนการอยู่ไฟ สำหรับอยู่ไฟกับแพทย์แผนไทย

สำหรับปัจจุบัน การอยู่ไฟจะมีขั้นตอนการและวิธีการทำดังนี้

  1. คุณแม่เตรียมตัว ตรวจเช็คสภาพร่างกาย อาบน้ำให้สดชื่นเพื่อเตรียมความพร้อมในการอยู่ไฟ
  2. อบตัวด้วยสมุนไพรสด อบตัวและรมตาในกระโจม เพื่อให้คุณได้ความอุ่นจากการอบตัวและรมตาเพื่อให้สายตามองเห็นได้ชัด ทำ 2 ขั้นตอนในการอบตัว ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ปรับหุ่นให้ดี และความร้อนช่วยขับน้ำคาวปลา ขับของเสียออกจากร่างกาย ป้องกันไม่ให้เป็นโรคหนาวสั่นในอนาคตได้
  3. ประคบคุณแม่ด้วยลูกประคบ คือ นำลูกประคบสมุนไพรสด มานึ่งให้ร้อน จากนั้นก็นำไปประคบตามร่างกายของคุณแม่ ช่วยให้คุณแม่หุ่นดี หุ่นเฟิร์ม ความร้อนที่ประคบลงทั่วร่างกาย ช่วยคุณแม่ผ่อนคลาย ช่วยให้หลับสบายในเวลากลางคือ คลายกล้ามเนื้อ ช่วยให้ร่างกายรับสมุนไพรสด ขับของเสีย ขับลมในท้อง เป็นต้น
  4. ประคบหม้อเกลือ คือ การนำเกลือเม็ดจากสมุทรมาใส่ลงหม้อเกลือ แล้วนำหม้อเกลือมานึ่งให้ร้อน ระหว่างรอหม้อเกลือร้อน จะนำผ้าและใบพลับพลึงสดมารองหม้อเกลือ จากนั้นก็นำไปประคบทั่วร่างกายของคุณแม่ ความร้อนของหม้อเกลือและสมุนไพรสดคือใบพลับพลึง ช่วยให้หน้าท้องยุบ ช่วยร่างกายแข็งแรงขึ้น ช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดีขึ้น ช่วยขับของเสียออกจากร่างกายเป็นต้น
  5. การประคบอิฐ คือ การนำอิฐมานึ่งให้ร้อน แล้วนำผ้าและใบพลับพลึงสดมารองอิฐ จากนั้นนำอิฐไปประคบทั่วร่างกายของคุณแม่ ความร้อนของอิฐ และใบพลับพลึงสดที่ย่างด้วยอิฐ จะช่วยให้หน้าท้องยุบกระชับ ขับไล่ไขมันตามร่างกาย ขับของเสียออกจากร่างกาย ช่วยให้หายปวด ป้องกันไม่ให้เป็นโรคหนาวสั่นในอนาคตได้ เป็นต้น
  6. นั่งถ่าน การนำสมุนไพรสด ใส่ลงในหม้อเกลือ ให้คุณแม่ได้อังความร้อนจากสมุนไพร ขั้นตอนนี้ทำเฉพาะคุณแม่คลอดธรรมชาติ หรือเรียกว่า คุณแม่คลอดเอง การนั่งถ่านช่วยขับน้ำคาวปลา ช่วยขับของเสีย ช่วยให้กระชับช่องคลอด ผลดีทั้งนั้นเลยจ้า ยังมีประโยชน์อีกมากมาย เป็นต้น
  7. นวดเข้าตะเกียบ เป็นการนวดทั้ง2ข้าง นอนนวดตะแคงด้านซ้าย และนอนตะแคงนวดด้านขวา เพื่อช่วยให้มดลูกเข้าอู่
  8. ประคบเต้านม เป็นการประคบด้วยลูกประคบสมุนไพรสด เพื่อสลายไขมันในเต้านมเพื่อให้น้ำนมไหลดีขึ้นและนวดเปิดท่อน้ำนมเพื่อแก้อาการท่อน้ำนมอุดตัน
  9. สปาหน้า ขัดหน้า ทำให้หน้าเรียบเนียน
  10. ปาตัว ขัดตัว ครีมขัดผิวที่มีคุณภาพ เกรดพรีเมี่ยม ทำให้ร่างกายคุณแม่สวย ขัดคราบไครจุดด่างดำ คราบต่างๆตามร่างกาย จุดด่างดำตามร่างกาย เราช่วยขัดให้ลดลงได้
  11. นวดผ่อนคลาย นวดศรีษะ เพื่อให้คุณแม่ผ่อนคลาย หลับสบาย ช่วยลดภาวะเครียด รักษาไมเกรน
  12. นวดผ่อนคลาย ตามร่างกาย เพื่อให้คุณแม่ผ่อนคลาย นวดรีดเส้น เพื่อคลายความกังวล ความเครียด
  13. นวดน้ำมันงาดิบ หรือ น้ำมันมะพร้าว นวดผ่อนคลายโดยใช้น้ำงา เกรดพรีเมี่ยม นวดตามตัว เพื่อร่างกายคุณแม่ได้งาบริสุทธิ์ เพื่อให้คุณแม่ได้ผ่อนคลาย คุณแม่ได้นวดแล้วติดใจทุกราย
  14. นวดผ่อนคลายเบ้าตา เพื่อคลายเครียด

5. ประโยชน์การอยู่ไฟ

  1. ช่วยกระตุ้นร่างกายให้เกิดการไหลเวียนของโลหิตปรับร่างกายดีขึ้นจะมีการเพิ่มอุณหภูมิที่ดีแก่ร่างกาย
  2. ช่วยเพิ่มความอุ่นให้แก่ร่างกาย หลังคลอดคุณแม่ส่วนมากมักจะมีเจอปัญหาหนาวเข้ากระดูก หนาวสั่นเมื่อเจออากาศหนาวเย็น
  3. ช่วยลดอาการอ่อนล้าอ่อนเพลียหลังคลอด เมื่อความอบอุ่นจากการอยู่ไฟเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดี
  4. ความร้อนความอบอุ่นของการอยู่ไฟ ช่วยลดการปวดเมื่อยตามข้อต่อต่างๆของร่ายกายและเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคได้ดี
  5. อบสมุนไพรสด จะช่วยขับเหงื่อขับของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ผิวพรรณดี ผุดผ่อง
  6. ความร้อนของการอยู่ไฟ จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคได้ดีปรับสมดุลในร่างกายและทำให้สุขภาพดีขึ้น
  7. อยู่ไฟจะช่วยปรับสมดุลตามร่างกายการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
  8. อยู่ไฟช่วยให้หน้าท้องยุบลง เพราะความร้อนต่างๆของการอยู่ไฟช่วยสลายไขมันหรือละลายไขมันของคุณแม่ได้จึงทำให้หน้าท้องยุบ
  9. อยู่ไฟหลังคลอด ช่วยบรรเทาเจ็บปวดของมดลูก ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ซึ่งเกิดภาวะบีบรัดตัวให้เข้าสู่ภาวะปกติได้
  10. การอยู่ไฟให้ธาตุทั้ง 4 กลับมาเป็นปกติช่วยให้สายตาดีขึ้น ช่วยรักษาตาฟ่าฟาง มองเห็นได้ชัดมากขึ้น 
  11. อยู่ไฟช่วยขับสารตกค้างและขับสารพิษภายในร่างกายของคุณแม่ ขับน้ำคาวปลาซึ่งเป็นของเสียออกจนหมด
  12. การอยู่ไฟช่วย รักษาไมเกรน และมีผลพลอยได้ทำให้ผิวพรรณดีขึ้น มีน้ำมีนวล ช่วยให้พุงยุบ ลดไขมันบนหน้าท้องทำให้หน้าท้องยุบตัวลงเร็วขึ้น ลดไขมันในร่างกาย
 

สรุป

การอยู่ไฟหลังคลอดของคุณแม่เป็นเรื่องสำคัญ ขอบอกเลยว่าสุขภาพและความสวยความงามหลังคลอดคือการอยู่ไฟสมัยใหม่ ดังนั้นการอยู่ไฟกับแพทย์แผนไทยจะได้ครบทุกขั้นตอน สุขภาพดีขึ้นหายจากการอ่อนล้านอ่อนเพลีย หน้าท้องยุบกระชับ หุ่นสวยหุ่นเฟิร์มหุ่นดีทันทีหลังจากการอยู่ไฟ

บทความนี้สำหรับผู้หญิงหลังคลอดต้องการสุขภาพที่ดีและความงามหลังคลอด

เรือนกาสะลอง บริการอยู่ไฟหลังคลอด